Table of Contents
หากพูดถึงความปลอดภัยของระบบบล็อกเชน นับได้ว่าเป็นความปลอดภัยระดับสูงที่ยากต่อการแฮ็กหรือระบบล่ม แต่เหตุผลที่แท้จริงของระบบความปลอดภัยนี้อยู่ที่เบื้องหลังการทำงานเพราะมีผู้ตรวจทานข้อมูล (Verifiers) และ Verifiers สามารถแจกแจงออกได้สองรูปแบบหลัก ๆ
ผู้ตรวจทานข้อมูลมักรู้จักกันในชื่อ Validator และ Miner ทั้งสองมีหน้าที่หลักในการตรวจความถูกต้องของข้อมูล เก็บข้อมูลภายใน และดำเนินการอนุญาตธุรกรรมให้เกิดขึ้นภายในบล็อกเชน ถึงอย่างไรก็ตามทั้งสองก็ยังมีข้อแตกต่างกันในขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ข้อแตกต่างระหว่าง Validators และ Miners
Validators เป็นคำใช้เรียกชื่อของผู้ตรวจทานข้อมูลบล็อกที่ใช้ระบบ Proof-of-Stake (PoS) ที่จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบธุรกรรม ลงคะแนนเสียง และรวบรวมข้อมูลไว้เพื่อการดำเนินการสร้างบล็อกต่อ ๆ ไปเป็นสายหรือที่เรียกว่าเชน
หากอยากเป็น Validator มีวิธีง่าย ๆ คือการ “เข้าซื้อ” ตำแหน่งนี้ภายในเชนที่สนใจ หมายความว่าผู้ถือเหรียญของเชนหนึ่ง ๆ จำเป็นต้องนำเหรียญบางส่วนมาล็อกไว้กับเชนตามแต่ข้อกำหนด ซึ่งขบวนการนี้เรียกว่าการ Stake และจะได้รับส่วนแบ่งค่าธุรกรรมที่เกิดขึ้นภายในเชนตามอัตราส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นจากเหรียญที่นำมา Stake ไว้เป็นค่าตอบแทนจากเชน
Miners เป็นอีกกลุ่มผู้ตรวจทานที่ใช้ Proof-of-Work (PoW) ในระบบบล็อกเชนต่างเน็ตเวิร์กที่พบเห็นได้ทั่วไป การดำเนินการตรวจสอบข้อมูลภายในนี้มีหน้าที่ในการแก้ไขสมการที่มีความยากสูงจึงจะสามารถสร้าง Node ที่เชื่อมต่อไปเรื่อย ๆ ภายในเชนนั้น ๆ ต่อไป
กลุ่ม Miners ส่วนใหญ่ต้องลงแรงลงทุนซื้อเครื่องมืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์สเป็กต์ความเร็วสูงและใช้พลังงานไฟฟ้าที่สิ้นเปลืองเป็นอย่างมากในการปฏิบัติงาน หรืออีกชื่อที่เคยได้ยินกันว่าการขุด และจากการขุดนี้จึงจะได้รับกำไรจากการแบ่งตามบล็อกตามลำดับ
เบื้องหลังกลไกระบบการตรวจสอบข้อมูลภายในบล็อกเชน
สมการที่เหล่านักขุดจะต้องแก้ไขนี้มีชื่อเรียกว่า Proof-of-Work Problem และเมื่อแก้สมการ cryptography สำเร็จแล้วบล็อกจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่และบล็อกนั้น ๆ จะถูกกระจายอำนาจไปทั่วทั้งเชน จึงเป็นที่มาของคำว่าบล็อกเชน (Blockchain)
ซึ่งขบวนการแก้สมการของ miners มีชื่อเรียกทางเทคนิค inverse hashing ซึ่งก็คือการที่ธุรกรรมต่าง ๆ ถูกเรียบเรียงมาอยู่ในบล็อกเดียวกัน จากนั้นนักขุดหรือ miners จะปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจทานข้อมูลและรับส่วนแบ่งไปตามที่กำหนดหากแก้สมการสำเร็จเป็นคนแรก
กลไกอีกรูปในชื่อ Proof-of-Stake ที่เหล่า Validators เป็นผู้รับผิดชอบนั้นมีต้นแบบมาจาก Peercoin เป็นเจ้าแรกของตลาดแต่ได้รับความสนใจจริง ๆ เมื่อตอนที่เน็ตเวิร์กอย่าง Ethereum หยิบยกขึ้นมาเพื่อใช้ในการตรวจทานข้อมูลของบล็อก และหากเทียบกับ Proof-of-work แล้วมีกลไกที่ง่ายและเป็นมิตรต่อพลังงานมากกว่าโดยการ Stake เหรียญของเชนนั้น ๆ
หน้าที่ปฏิบัติการของ Validator และ Miners มีหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูลและอนุญาตการดำเนินการธุรกรรมที่เหมือนกันแต่ส่วนแบ่งจากค่าธรรมเนียมที่จะได้รับขึ้นอยู่กับจำนวนเหรียญที่ Stake ตอนต้น และไม่มีการแข่งขันแบบ Proof-of-Work
บทสรุป
สรุปแล้วไม่ว่ารูปแบบการตรวจธุรกรรมของบล็อกจะเป็น PoW หรือ PoS นั้นมีความสำคัญในระบบนิเวศน์บล็อกเชนในการรักษาความปลอดภัยในเน็ตเวิร์กไม่ว่าการตรวจทานจะมาจาก Validators หรือ Miners ก็ตาม
ในปัจจุบันหลาย ๆ บล็อกเชนเน็ตเวิร์กมองเห็นความสำคัญและความคล่องตัวของการใช้ทรัพยากรที่น้อยลงอย่างระบบ Proof-of-Stake
และในโอกาสนี้ทางทีม SIX อยากจะขอเชิญชวนและประชาสัมพันธ์เรื่อง Individual Node Validator ของ SIX Protocol ว่าเราจะเปิดบริการเร็ว ๆ นี้ และระบบ Validators ของเราเป็นระบบ Proof-of-Stake Authority (PoSA) ทางเราจะอัปเดตและให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง Node และผลิตภัณฑ์ของ SIX Protocol ต่อไป
Individual Node Validator สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการเป็นหนึ่งในผู้ร่วมการตรวจทานบล็อกและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบล็อกเชนของเรา หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมสามารถเข้าไปศึกษาได้ตามลิ้งก์นี้
Related Posts

NFT Treasure Hunt at Techsauce: สรุปยอดการมีส่วนร่วมทั้ง 3 ปี ก่อนเข้าสู่ Season 4
สรุปยอดการมีส่วนร่วมในกิจกรรม NFT Treasure Hunt ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้การตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมงาน Techsauce Global Summit มาโดยตลอด และก่อนที่ Season 4 จะเริ่มต้น พามาย้อนดูตั้งแต่ Season แรกจนถึงปีล่าสุด ว่ากิจกรรมนี้สร้างการมีส่วนร่วมมากแค่ไหน

NFT Treasure Hunt at Techsauce: Summary 3 Years of Growing Engagement
Over the past three years, NFT Treasure Hunt has continued to receive strong participation from attendees at Techsauce Global Summit.

NFT Treasure Hunt Season 4: เจาะลึกก่อนเริ่มภารกิจที่ Techsauce Global Summit 2026
เข้าสู่ปีที่ 4 ที่ SIX Network ได้เข้าร่วมงาน Techsauce Global Summit ในฐานะ Blockchain Partners โดยเรายังคงพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประสบการณ์ผ่านการร่วมกิจกรรม “NFT Treasure Hunt & Networking Quest” เป็นซีซันที่

NFT Treasure Hunt Season 4: A Deep Dive into How It Works
2026 marks the fourth consecutive year that SIX Network will participate in Techsauce Global Summit as a Blockchain Partner. Since

SIX Network x Techsauce Bring NFT Treasure Hunt Season 4 to Elevate Experiences at Techsauce Global Summit 2026
SIX Network is joining forces with Techsauce once again at Techsauce Global Summit 2026 under the theme “The Race to

SIX Network และ Techsauce นำ NFT Treasure Hunt Season 4 ยกระดับประสบการณ์ผู้เข้าร่วมงานใน Techsauce Global Summit 2026
SIX Network ผนึกกำลังกับ Techsauce อีกครั้งในงาน Techsauce Global Summit 2026 ภายใต้ธีม “The Race to The Next…” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2026 ณ
Napathsorn Unchit
Prepare to fly higher with new technology and innovation that SIX Network will provide!